หลายคนอาจรู้สึกว่า ค่าครองชีพในปัจจุบันสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าน้ำมัน หรือค่าบริการต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลายคนอาจยังไม่ทันสังเกต คือ “ค่ารักษาพยาบาล” เมื่อเกิดการเจ็บป่วย การรักษาในโรงพยาบาลเอกชนอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับโรค ความซับซ้อนของการรักษา และระยะเวลาที่ต้องพักรักษาตัว

ห้องพักโรงพยาบาลเอกชน3,000–15,000 บาท/คืน
ห้อง ICU20,000–50,000+ บาท/คืน
ผ่าตัดไส้ติ่ง80,000–200,000 บาท
รักษามะเร็ง (ตลอดคอร์ส)หลายแสนถึงหลายล้านบาท
ทำบอลลูนหัวใจหลักแสนบาทขึ้นไป
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายเป็นเพียงตัวอย่างโดยประมาณ เนื่องจากแต่ละโรงพยาบาล วิธีการรักษา และอาการของผู้ป่วยแตกต่างกัน

สาเหตุสำคัญมีหลายปัจจัย ได้แก่

  • เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมากขึ้น
  • ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่มีต้นทุนสูงขึ้น
  • เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
  • ค่าแรงของบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น
  • การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น

แม้ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ค่าใช้จ่ายที่หลายคนคาดไม่ถึง

เมื่อพูดถึงการรักษาพยาบาล หลายคนอาจนึกถึงเพียงค่าห้องพัก แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายยังประกอบด้วย

  • ค่าแพทย์เฉพาะทาง
  • ค่าผ่าตัด
  • ค่ายา
  • ค่าตรวจวินิจฉัย
  • ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ค่าห้อง ICU
  • ค่ากายภาพบำบัดและการติดตามอาการ

เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว การรักษาเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบต่อเงินออมที่สะสมมาหลายปี


โรคที่พบมากขึ้นในคนวัยทำงาน

ปัจจุบัน คนวัยทำงานมีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้น เช่น

  • โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคมะเร็ง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคไต

หลายโรคต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสะสมสูงกว่าที่หลายคนคาดคิด


เงินออมเพียงพอหรือไม่?

ลองตั้งคำถามกับตัวเอง หากวันนี้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน และมีค่าใช้จ่ายหลายแสนบาท

  • คุณพร้อมรับมือหรือไม่?
  • หากต้องหยุดงานหลายเดือน รายได้จะหายไปเท่าไร?
  • เงินออมจะเพียงพอสำหรับทั้งค่ารักษาและค่าใช้จ่ายของครอบครัวหรือไม่?

การตั้งคำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความกังวล แต่เพื่อให้เห็นความสำคัญของการวางแผนล่วงหน้า


ประกันสุขภาพมีบทบาทอย่างไร?

ประกันสุขภาพไม่ได้ทำให้เราไม่เจ็บป่วย แต่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตามเงื่อนไขของกรมธรรม์การเลือกแผนที่เหมาะสมกับอายุ สุขภาพ และงบประมาณ จะช่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำเงินออมทั้งหมดออกมาใช้

ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งต้นทุนทางการแพทย์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรแม้ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า วันไหนเราจะต้องใช้บริการทางการแพทย์ แต่การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เรารับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น สุขภาพเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่การเตรียมความพร้อมทางการเงิน เป็นสิ่งที่เราสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้

แนะนำ -> ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคือประกันสุขภาพที่ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรค หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทั้งหมดตามความจริง

D Health Lite : สัญญาเพิ่มเติม ดี เฮลท์ ไลต์

คุ้มครองสุขภาพแบบพอดีและเข้าถึงง่าย ให้คุณวางแผนเรื่องค่ารักษาพยาบาลได้อย่างสบายใจ พร้อมดูแลเมื่อต้องใช้ โดยไม่กระทบเงินเก็บหรือแผนชีวิตที่คุณวางไว้