วางแผนความคุ้มครองให้ลูกตั้งแต่วันแรกจนเติบโตอย่างมั่นใจ

วันที่ลูกลืมตาดูโลก คือวันที่พ่อแม่หลายคนเริ่มมีเป้าหมายใหม่ในชีวิต ทุกการตัดสินใจหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน การศึกษา การออม หรือสุขภาพ ล้วนมีคำว่า “ลูก” เป็นศูนย์กลาง แต่คำถามหนึ่งที่หลายครอบครัวมักสงสัยคือ

“ถ้ามีลูกแล้ว ควรเริ่มวางแผนประกันอย่างไร?”

คำตอบอาจไม่ใช่การซื้อประกันให้ลูกเพียงอย่างเดียว แต่คือการวางแผนความคุ้มครองให้กับ “ทั้งครอบครัว”

ช่วงแรกเกิด – 5 ปี : สุขภาพของลูกคือสิ่งสำคัญที่สุด

เด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ การเจ็บป่วยจากไข้หวัด RSV ไข้เลือดออก ปอดอักเสบ หรืออุบัติเหตุจากการเรียนรู้เดินและวิ่ง เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย สิ่งที่ควรเตรียม

  • ประกันสุขภาพเด็ก
  • ประกันอุบัติเหตุเด็ก
  • เงินสำรองฉุกเฉินสำหรับครอบครัว

หากลูกต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าที่หลายครอบครัวคาดคิด โดยเฉพาะเมื่อเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน


ช่วงประถมศึกษา : เด็กเริ่มทำกิจกรรมมากขึ้น

เมื่อลูกเริ่มเข้าโรงเรียน กิจกรรมต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้น

  • กีฬา
  • ทัศนศึกษา
  • ขี่จักรยาน
  • ว่ายน้ำ
  • เดินทางไปโรงเรียน

ความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุจึงเพิ่มขึ้นตาม นอกจากสุขภาพแล้วพ่อแม่ควรเริ่มวางแผนเงินออมเพื่อการศึกษา เพราะค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นทุกปี


ช่วงมัธยม : ค่าใช้จ่ายเริ่มสูงขึ้น

วัยมัธยมเป็นช่วงที่ลูกเริ่มค้นหาความสามารถของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น

  • เรียนพิเศษ
  • กีฬา
  • ดนตรี
  • การแข่งขัน
  • การสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ค่าใช้จ่ายในช่วงนี้อาจสูงกว่าที่หลายครอบครัววางแผนไว้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับผู้หารายได้หลัก แผนการศึกษาของลูกอาจได้รับผลกระทบทันที นี่คือเหตุผลที่หลายครอบครัวเลือกวางแผนประกันชีวิตของพ่อแม่ควบคู่ไปด้วย


ช่วงมหาวิทยาลัย : ความฝันที่ไม่ควรสะดุด

หลายครอบครัวตั้งใจส่งลูกเรียนจนจบปริญญา แต่หากผู้ปกครองเสียชีวิตหรือทุพพลภาพก่อน ใครจะเป็นคนรับผิดชอบค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตของลูก การมีประกันชีวิตของผู้ปกครอง สามารถช่วยสร้างหลักประกันทางการเงิน เพื่อให้ลูกยังคงเดินตามความฝันต่อไปได้

สิ่งที่หลายครอบครัวมองข้าม

หลายคนรีบทำประกันให้ลูก แต่กลับลืมทำประกันให้ “ตัวเอง” ในความเป็นจริง คนที่ควรได้รับความคุ้มครองก่อน อาจเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว เพราะหากรายได้หยุดลงผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทุกคนในบ้าน ประกันชีวิตของพ่อแม่จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแล

  • ค่าใช้จ่ายประจำของครอบครัว
  • ค่าผ่อนบ้าน
  • ค่าเล่าเรียนของลูก
  • ภาระหนี้สิน
  • ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต

แล้วควรมีประกันอะไรบ้าง?

การวางแผนอาจแบ่งได้ดังนี้ สำหรับลูก ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ เงินออมเพื่อการศึกษา สำหรับพ่อแม่ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันอุบัติเหตุ แผนเกษียณ เมื่อทั้งครอบครัวมีการวางแผนที่เหมาะสม ความเสี่ยงทางการเงินก็จะลดลงอย่างมาก

แนะนำ -> ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคือประกันสุขภาพที่ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรค หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทั้งหมดตามความจริง

D Health Lite : สัญญาเพิ่มเติม ดี เฮลท์ ไลต์

คุ้มครองสุขภาพแบบพอดีและเข้าถึงง่าย ให้คุณวางแผนเรื่องค่ารักษาพยาบาลได้อย่างสบายใจ พร้อมดูแลเมื่อต้องใช้ โดยไม่กระทบเงินเก็บหรือแผนชีวิตที่คุณวางไว้